ผม..ชื่อ ฮอตกำลังจะขึ้นปีหนึ่ง

ส่วนหน้าตาก็ตามชื่อแหละครับแบบว่า

หล่อ หน้าตาดี เท่ เซ็กซี่(ทุ้ย)  

วันแรกที่จะมารับน้อง ยังไม่ถึงแปดโมงก็มีคนมา

สารภาพรักกับผมถึง ห้าคน!

แถมตอนโดนรับน้องยังถูกรุ่นพี่ผู้ชายสารภาพรักอีก

เฮ้อ...!ทำไมชีวิตคนหล่อแบบกู

มันยุ่งยากจังวะ!?

 

 

 

 

ผมใช้มือหนึ่งถือแก้วดูดน้ำปั่น รสโปรดอย่างโอริโอ้ปั่น เสียงดังจ้วบๆไม่เกรงใจสายตา หลายคู่ที่มองมาอย่างเหมือนจะรำคาญ  อีกมือท้าวแขนกับโต้ะยาวสีเหลืองอ๋อย  ชนิดที่เห็นแล้วอยากตักบาตรในโรงอาหาร อย่างเซ็งๆ ...โฮ้ยยยย!!รอจนเมื่อยตุ้มแล้วนะโว้ย! เหงื่อก็หยดติ๋งๆ ประหนึ่งว่ากูเป็นก๊อกน้ำประปา แม่งก็ยังไม่มา ....ไอ้เพื่อนเวร...มึงทำให้กูสามารถบรรยายเหตุการณ์ ความรู้สึกได้เป็นข้อๆเลยเนี่ย !!

หนึ่ง...ไอ้เพื่อนเวร มันยังไม่มา

สอง ...กูรอมาครึ่งชม.แล้ว

สาม...พัดลม ในโรงอาหารเฮงกะบ๊วย เสือกเสีย

สี่...กูร้อน

ห้า...ตอนนี้โอริโอ้แม่งหมดแก้วละ

หก...กูไม่ไหวล....ยังไม่ทันที่ผมจะพรรณนาจบ ก็มีเสียงมาขัดจังหวะ ทำให้ผมหันหน้าไปหาคนพูดอย่างแอบหงุดหงิด ในใจก็นึกเคือง...

 ใครหน้าไหนมันบังอาจมาขัดจังหวะการเปิดตัวของพระเอกสุดหล่อเนี่ย !ฮึ่มมมมม..!!

(ไม่ค่อยหลงตัวเองนะ)

 

“เอ่อ...น้องชื่อ ฮอตปะคะ ?

เป็นเสียงหวานเจี๊ยบ ของผู้หญิง ที่ฟังแล้วชวนขนลุกขนพองนิดๆ ในความแหลมเล็กของเสียง คุณเธอ

 

หันไปมองปุ้บ...คำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวผมนะ..

 

สวยเหี้ยๆ !

อะโหย...เห็นหุ่นแล้วเลือดกำเดาจะไหลกระฉูด...ผมมองไล่จากตัวขึ้นไปที่ใบหน้า(แกควรจะมองหน้าก่อนตัวไม่ใช่หรอวะ?) ...ผมสีดำขลับถูกปล่อยไว้ประปราย ล้อมใบหน้าเรียวได้รูป ผิวขาววิ้งบลิ้งๆ เห็นแล้วชวนแสบตา พาไปที่มืด..(ไม่ใช่ละมั้ง) พอเจอของสวยๆงามๆเข้า ทำให้หน้าผมที่เกือบจะยู่เป็นกระดาษเช็ดก้น แปรเปลี่ยนเป็นดูดีมีสง่าราคี....เอ้ย ราศรีขึ้นมาทันที

“ใช่ฮะ มีอะไรหรอครับ”

แหม..เสียงเก๊กได้โล่จริงๆว่ะกู แถมลงเสียงครับ และรอยยิ้มบนใบหน้าโปรยเสน่ห์อีกหน่อย ......สงสัยถ้ามีรางวัล ไอ้หน้าม่อดีแด่วแห่งชาติ ผมคงติดอันดับหนึ่ง ในสามแหงๆ ฮ่าๆๆ ...แหม...เจอผู้หญิงสวยๆใครๆก็เป็นแบบผมทั้งนั้นแหละน่า อืมมม...เป็นอย่างงี้ก็ดีแฮะ  นั่งเบื่อๆเซงๆไม่มีไรทำมาพักใหญ่ละ  

ดูแล้วนี่ ท่าจะสนุก

“อ..เอ่อ คือว่า  พี่ขอเบอร์น้องได้ไหมอะ เห็นในเฟสตั้งนาน เพิ่งมาเจอตัวจริง... แบบว่า..พี่ปลื้มน้องมากเลย>//<”พี่สาวคนนี้พูดตะกุกตะกักไปมา  ยิ่งพูดหน้าขาวๆก็ขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้น ดูแล้วยิ่งน่ารักเข้าไปอีกในสายตาผม เจ้าตัวยกมือขึ้นปิดใบหน้าหลับตาปี๋แบบอายๆ  ทำเอาผมเองอดจะเกาหัวเล็กๆแบบเขินนิดๆ ไม่ได้...

แหม่..เอาจริงๆนะ ไม่ได้โม้  วันนี้มีคนเข้ามาขอเบอร์คนที่สี่แล้วนะเนี่ย ?! บ่อยไปป้ะ  กูรู้สึกตัวเองฮอตจุงเบย-_- ....สงสัยกูคงต้องไปหาป้ายมา เขียนชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ แล้วห้อยคอแม่งเลย...อืม เข้าท่าๆ...

เอ้ะ..ผมว่าหยุดความคิดพิสดารก่อนดีกว่า...เอายังไงกะพี่สาวคนสวยดี ?

 

ผมสะกิดแขนพี่เขาเบาๆ ทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย  ก่อนผมจะพูดยิ้มๆ

“จะบอกแล้วนะ...”

ผมแอบขำเมื่อเห็นพี่เขาทำหน้าเหวอนิดนึง (แถมแอบได้ยินเสียงอุทาน เอ้ะ ด้วยนะ สงสัยไม่คิดว่าจะได้เบอร์ผม หึหึหึ) ก่อนจะรีบลนลานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ตามที่ผมบอก  

ว้าว...ใช้ไอโฟนซะด้วย..

เสียงจิ้มดัง ติ้ด ติ้ด อยู่พักใหญ่เมื่อเธอนั่งจิ้มไอโฟน(ที่ผมจ้องอยู่นาน ก็มั่นใจครับว่าน่าจะเป็นไอโฟนห้า)เครื่องเก่ง สีขาวจั้วะ ใหม่วิ้งไม่มีรอย ท่าจะเพิ่งแกะกล่อง  บันทึกเบอร์ผม และผมให้เธอยิง เข้ามาเพื่อจะบันทึกเบอร์ด้วย ระหว่างนั้น... ผมก็ประเมินอีกฝ่ายอย่างถ้วนถี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่าทาง การพูด ...

อืม..ดูแล้วน่าจะเป็นพวกดาวคณะ ที่ออกแนวคุณหนูๆ ทำอะไรไม่เป็น ไม่เคยทำงานหนัก แหงเลย แบรนด์เนมเต็มตัว ตั้งแต่หัวจรดตีน -_- ถ้าได้เจอกัน บ่อยๆ ผมว่า ผมคงอิจฉาตาร้อนน่าดู เหอๆ

ผมจ้องอยู่สักพัก ก่อนที่พี่สาวคนสวยจะบอกขอบคุณนะเร็วๆ แล้วค่อยๆกลับหลังหันเดินไป ยังกลุ่มของเธอกลุ่มใหญ่ ที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากตรงนี้สักเท่าไหร่(ซึ่งผมพอเดาได้...เพราะมองมาทางนี้ ด้วยสีหน้าลุ้นๆทั้งกลุ่มมาตั้งแต่เมื่อกี้ละ)

เอ้ะ...เดี๋ยวก่อนสิ 

ผมรู้ละ  ว่าจะฆ่าเวลา รอไอ้เพื่อนเวรยังไงดี

 

“เดี๋ยวครับพี่สาว^^”ผมเรียกเสียงดัง ทำให้พี่สาวคนสวยหันกลับมาอย่างตกใจปนเขินนิดๆ  ผมเลียริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ คำพูดที่ทำให้พี่สาวอ้าปากค้างเหวอเลยทีเดียว

“ผมขอนั่งด้วยคนสิ”

.

.

.

.

.

.

.

 

“อ๋อ....พี่มีน้องอยู่โรงเรียนเก่าผม ก็เลยรู้จักผม...ผ่านทางเฟสของน้องนี่เอง” อย่าแปลกใจครับ ว่าตอนนี้ผมคุยกับใครที่ไหน ...ก็ในโรงอาหารนั่นแหละ แค่เปลี่ยนจากโต้ะที่นั่งคนเดียว  มานั่งกับกลุ่มรุ่นพี่คนสวยเท่านั้นเอง  อ้อ...!ผมอาจจะลืมบอกไป  ผม...ชื่อคงไม่ต้องบอกน่าจะรู้แล้ว....เพิ่งจะจบ ม.6เองครับ และกำลังขึ้นปีหนึ่ง

และวันนี้มันก็วันรับน้องวันแรกนั่นแหละ ผมกับไอ้ ต้นสอบติดที่เดียวกัน เลยนัดกันมาที่นี่ ก่อนเวลาตอนเจ็ดโมง(เขานัดลงทะเบียน ชื่อ ตอนแปดโมงยี่สิบนาที)ที่โรงอาหาร แต่ป่านนี้ เกือบจะแปดโมงแล้ว ไอ้เพื่อนงั่งมัน ก็ยังไม่มาครับ! แม่มมมม....เดินตกท่อ หรือตกรูส้วมรึไง ทำไมถึงช้าขนาดนี้ก็ไม่รู้ ! เอาเป็นว่าถ้าไม่ตก กูก็ขอแช่งให้มึงตกอะไรสักอย่างละกัน โทษฐานที่มาช้า!!(เกี่ยวไหม)ฮึ่ย...พูดแล้วอารมณ์เสียครับ อย่าพูดดีกว่า เดี๋ยวพาล ฮึ่มๆ

“อื้อ...แต่ฮอต ไม่รู้จักน้องพี่หรอก แหะๆ...เขาบอกว่าฮอตเนี่ย เป็นตัวเก็งแข่งบาสนี่นะ แถมยังเป็นหนุ่มหล่อประจำโรงเรียนอีก สงสัยเข้ามหาลัยปุ้ป คงได้เป็นเดือนคณะแหงเลย..หมอปิ๊งฟันธง!! “พี่ปิ๊ง(พี่สาวเขาเพิ่งบอกชื่อกับผมเมื่อกี้เองครับ ...คนอะไรสวยก็สวย ชื่อก็เหมาะกับตัว หุหุ) พูดไปมาก็บิดตัวไปมาแบบเขินๆ หือ..พี่เขาเขินทำไมวะ ?

“แหม!ไอ้ปิ๊ง ออกหน้าออกตาไปไหมยะ เขินซะจริตจะกร้านเชียว ดูน้องฮอตสิ สงสัยจะงงละว่าแกจะบิดอะไรหนักหนา อย่างกะคนเป็นโรคประหลาด”เจ้กระเทย(ควาย...)ตัวล่ำบึ้กในกลุ่ม ที่หน้าตามองจากภายนอก(ไม่ฟังเสียง) ดูแล้วหล่อลากไส้ จนน่าเสียดาย(ที่ใจเป็น ญ) พูดขึ้น เสียงแว้ดๆ ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาเยิ้มๆ ชวนขนผมลุก สแตนอัพพรึ่บพรั่บกันเกรียวกราว ครับ

“รู้ไหมคะน้องฮอต ว่ามันเขินอะไร..มันเขินเพราะว่าที่นี่เนี่ย  มีธรรมเนียมว่า คนที่เป็นเดือนคณะกับดาวคณะของแต่ละปีเนี่ย จะต้องเต้นรำกันในวันงานพรอมเจ้าค่ะ !แหม๊ แหมๆๆๆแผนสูงจริง จริ๊ง เพื่อนฉัน!”พูดจบ เจ้กระเทยหน้าหล่อก็หัวเราะคิกๆคักๆ  ผมอมยิ้มให้กับความครื้นเครงในกลุ่มรุ่นพี่กลุ่มนี้ ที่ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่คัดเอาแม่พันธุ์พ่อพันธุ์(พูดยังกะเป็นหมู)ดีๆ ของคณะมารวมไว้ในกลุ่มเดียว  แถมดูแล้วกลุ่มรุ่นพี่กลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มกิจกรรมที่มีแต่คนรู้จักซะด้วยสิ เพราะผมแอบเห็นสายตาจากหลายโต้ะมองมายังโต้ะผมอย่างชื่นชม แถมออกแนวเพ้อๆอีกตะหาก

หืม... เดี๋ยวก่อน ผมมารู้จักกะรุ่นพี่ยังงี้...

ยังงี้...

เวลาโดนรับน้อง กูก็โดนหนักอะดิ !

เวรละ...ไม่น่าหาอะไรทำแก้เซ็งเลยกู...ผมเกาหัวแกรกๆ แรงๆอย่างกลัดกลุ้ม เกาไปเกามารังแคสีขาวก็หลุดออกมาเป็นแผงๆ(ยี้)..ไม่ใช่ละ...เกาไปเกามา ก็มีมือนึงมาจับข้อมือผมไว้อย่างแน่น เพื่อกันไม่ให้ผมเกาหัวต่อ(สงสัยรังแคจะหลุดออกมาเป็นแผ่นจริงๆ) พร้อมกับเสียงแหบๆเนิบๆคุ้นหู ดังขึ้นที่ข้างหูชวนจั๊กจี้

“เกาซะขนาดนี้...เดี๋ยวหัวก็หลุดติดมือมึงออกมาหรอก”

ผมหันขวับไปมองเจ้าของมือที่กุม ข้อมือผมอยู่อย่างแนบแน่น  แถมยังบังอาจมาพูดกวนตีนใส่ท่าน ฮอต ผู้นี้อีกก่อนที่ผมจะเผลออ้าปากพูดเสียงดังเมื่อเห็นหน้าเจ้าตัวแบบเต็มสองลูกตา

”อ้าว!!เชี่ยต้น!?

 

                                                                       

“กรี๊ดดดดด!วันนี้เป็นบุญอะไรของฉันเนี่ย เจอหนุ่มหล่อสาด สองคนพร้อมกันมายืนในระยะประชิด!! ฮู้ยยยย!เดี๊ยนจะเป็นลมเป็นแล้งค่าาาาาาาาาาาา!!

จู่ๆยัยเจ้กระเทยคนเดิมก็กรีดร้องเสียงดังลั่นโรงอาหาร ทำให้คนโต้ะอื่นๆหันมามองทางพวกผมกันเป็นแถว อย่างสนอกสนใจราวกับพวกผมเป็น มนุษย์ต่างด้าว สปีชี่ใหม่  .... เสร็จแล้วชีก็ทำท่าเป็นลมเป็นแล้งเอนตัวลงมาทางพวกผมสองคน  ทำเอาผมกับไอ้ต้น กระโดดดึ๋งอย่างรวดเร็ว ออกมาจากรัศมีห่างไปพันลี้(เว่อ)  อย่างพร้อมเพรียง โดยมิได้นัดหมาย(มันเป็นสัญชาติญาณการเอาตัวรอดครับ เหอๆ) ก่อนจะหันมายิ้มแหยๆให้กัน เป็นอันเข้าใจว่าเราคงรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่

“เป็นบุญของเจ้ แต่เป็นเวร เป็นกรรมของพวกผมอ่ะดิ !!

 ผมแว้ดเสียงใส่แล้วทำท่าขนลุกซู่ซ่า  ทำให้เจ้หล่อทำท่าร้องไห้แบะปาก ก่อนจะโยกตัวส่งเสียงแง้ๆไปมา ....ส่วนคนอื่นๆที่เหลือหรอครับ...นั่งขำครับ ฮ่าๆๆ คนอื่นๆนี่ ไม่เว้นแม้แต่พี่ปิ๊งนะ  พี่เขายังขำจนหน้าแดงเลยครับ โหย..น่ารักอีกแล้วแฟน(ในอนาคต)ของผม (แหม..ไม่ค่อยโมเมเลยเนอะ)

“แหม๊!ยืนห่างกันขนาดนี้ยังจะ ส่งสายตาสปู้ด สปี้ด สป้าดถึงกันอีกนะยะ กรี๊ด!ตาชั้นร้อนนนจะไหม้”ยัยเจ๊หล่อวี้ดว๊ายขึ้นมาอีก ไม่ใช่พูดอย่างเดียว มือล่ำๆของเจ้แกยังจับแขนพี่ปิ๊ง แล้วผลักเธออย่างแรงมาทางผมอีกต่างหาก

ห.....เห้ยยยยย!!O_o)

ผมอ้าแขนทั้งสองออกโดยอัตโนมัติเมื่อเห็น ตัวพี่นิ้งถูกแรง(กระเทยควาย)ส่งมาทางผม ใบหน้าเรียวสวยได้รูปชนกับอกผมเสียงดัง พลั่ก... เนื่องจากพี่เขาตัวเล็กมากครับ ส่วนผมเองก็สูง ร้อบแปดสิบกว่าๆ(แม่ชอบด่าว่าไอ้เปรตครับ) ทำให้ตัวของพี่ปิ๊งเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของผมได้อย่างพอดิบพอดี แถมมือเจ้ากรรมของผมก็เผลอโอบกอดร่างบางในอ้อมแขนไปอย่างลืมตัวเสียด้วยสิ...

..เอ่อ...

ไอ้สถานการณ์แบบนี้มันคืออะไร -_-

“เอ่อ.../...เอ่อ”ผมและพี่ปิ๊งพูดขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างผละออกจากกัน แล้วมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเขินๆ ก่อนที่บรรยากาศมันจะพาไปมากกว่านั้น เสียงไอ้ต้นก็ดังขึ้นขัดจังหวะผม ราวกับฟ้าผ่ากลางลานหญ้าที่ควายสองตัวยืนกอดพลอดรักกัน....(เอ้ะ-_-ไม่ใช่ละมั้งไอ้คนเขียน)

“เฮ้ย แปดโมงสิบเอ็ดแล้วนะ !ไปลงทะเบียนก่อนนน!แล้วหลังจากนั้นมึงจะสวีทวิ้ดวิ้ว ติ้ดติ้วอะไรก็เรื่องของมึง กูไม่ยุ่ง โอเคร๊?”มันพูดใส่ผมเสียงเบาแบบกวนๆชวนเอาตีนไปนวดหน้า มือหนึ่งจับข้อมือผมไว้แน่น ก่อนจะหันไปไหว้ลาเหล่าแก๊งเดอะปิ๊ง แอ่น กระเทยถึกที่ยืนมองพวกเราอยู่ แล้วพูดลาเพียงสั้นๆได้ใจความ สมตามแบบฉบับ ฉายาเจ้าชายน้ำแข็งที่ผมตั้งให้เป็นของมันโดยเฉพาะ

 

”ขอตัวครับ”

 

 

“คนเยอะเป็นบ้าเลยว่ะต้น ! เพราะมึงแท้ๆเลย !นัดเจ็ดโมง มาแปดโมง ...เจริญพรจริงๆเพื่อนกู... เป็นไงล่ะ ต้องมายืนต่อแถวท้ายๆเลย บู่!กูงอนมึงแล่ววววว!!”ผมบ่นยืดยาวเป็นหางว่าว ก่อนจะทำปากเชิดใส่เจ้าเพื่อนเลิฟหน้านิ่ง ที่พอเห็นผมงอน  ปากบางที่ราบเป็นเส้นตรงไม่บอกความรู้สึก ก็แปรเปลี่ยนอมยิ้มนิดๆ เหมือนกำลังนึกสนุก

 ..หนอย  ไอ้เพื่อนประเสริฐ ไอ้เพื่อนแสนดี!! เห็นเพื่อนงอนแล้วมึงมีความสุขเรอะ?

ชิ...คอยดูนะคอยดู ...มันจะง้อด้วยอะไรก็ตาม

 ผมจะไม่มีทางใจอ่อนเลย คอยดู๊! ..ผมยกมือสองข้างขึ้นกอด อก ก่อนจะเชิดหน้าใส่มัน เสมองไปอีกทาง

พึ่บ..

จู่ๆ ลูกอมโลลี่ป๊อป สีดำรสโคล่าที่แกะห่อแล้ว ก็ถูกยื่นมาต่อหน้าต่อตาผม ห่างไม่ถึงคืบ ทำเอาผมตาโต.. ใบหน้าเผลอขยับเข้าไปงับเจ้าลูกอมหัวกลมๆสีดำอย่างรวดเร็ว โดยที่ผมยังไม่ได้คิดอะไรด้วยซ้ำ  

หงับ! กรุบๆ!

อะ..ช เชี่ยเอ้ย!ลืมตัวอีกแล้ว...!!!!Y)x(Y

ผมหันไปมองหน้าไอ้ต้น ที่ตอนนี้กำลังปิดปากกลั้นหัวเราะ อย่างสุดความสามารถ เอาเป็นเอาตาย  เสียจนหน้าขาวๆของมันแดงเถือกไปหมด  น้ำหูน้ำตาเล็ดแบบคนกลั้นไม่อยู่...

ฮึ่ย!ตลกมากใช่ไหม ไอ้เพื่อนเวร ?

 ฮือออออ!

ทำไมกูเป็นคนแบบนี้วะY_______Yแง้... ศักดิ์ศรีกูไปหมดแล้ววววววว...!

ก็อย่างที่เห็นครับ ...ผมชอบของหวานมากๆครับ โดยเฉพาะอะไรก็ตามที่เป็นรสโคล่าผมก็ชอบทั้งนั้น แบบว่า...เห็นแล้วห้ามใจไม่อยู่ต้องกินให้ได้อะไรอย่างงี้ ...บ้าจนขนาดที่ว่า วันนึงต้องได้กินอย่างน้อยๆทุกมื้อ หลังกินข้าวเลยล่ะครับ นี่ถ้าแต่งงานกับมันได้นี่ผมคงแต่งไปแล้ว(ฮา) แต่ไม่ล่ะ ...เพราะถ้าแต่งเสร็จแล้ว ผมคงแดกเจ้าสาวหมดตัว=__= (ซีเรียส)

ผมมองอีกฝ่ายแบบเซ็งๆงอนๆ (แต่ปากยังคงอม โลลี่ป๊อปต่ออย่างเมามันส์...แหม ไหนๆก็ให้มาแล้ว ต้องแดกให้หายแค้น ให้สมกับศักดิ์ศรีลูกผู้ ชายที่เสียไปครับ ฮึ่ม!) ก่อนที่จะรู้สึกหายงอนเป็นปลิดทิ้ง เมื่อมันชูมือขึ้นมาใกล้ๆพร้อมบางสิ่งในมือที่ทำให้ผมตาลุกวาว....

ถุงเยลลี่โคล่า แพกใหญ่!!!

เฮ้ยยยยย!!!...อยากได้อ้า... ผมยื่นมือไปฉกในทันใด ด้วยความเร็วเหนือเสียง...แต่ ดูเหมือนไอ้ต้นมันจะรู้อยู่แล้วครับ มันเลยถอยมือหลบผมไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วเหนือแสงแทนซะงั้น (แสงเคลื่อนที่ในอากาศเร็วกว่าเสียง//กล้าเล่นนะมุกนี้)

ง่า!อยากกินอะ   !บอกตรงๆนะ ...ผมโคตรติดเยลลี่โคล่าเลยอะ  

“อยากกิน? เออ

ผมพยักหน้าหงึกหงัก

“งั้นต้องหายงอน?”... ชิ...!ครั้งนี้กูปล่อยไปก่อนก็ได้วะ

 ผมพยักหน้าขึ้นลงอีกรอบ อย่างโอเค ...ว่าแต่ว่า..เมื่อไหร่มึงจะให้เยลลี่กูสักทีอ้ะ ?...มันไม่พูดอะไรนอกจากแกะถุงเยลลี่แล้ว หยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น ยื่นมาตรงหน้าผม

“เอ้า!”ผมมองหน้ามันด้วยคิ้วที่ขมวดเป็นปม เป็นเชิงถามประมาณว่า...

อ้าว? ทำไมมึงให้กูแค่ชิ้นเดียวอะ...? เหมือนมันจะอ่านใจผมได้ครับ มันพูดขึ้นด้วยใบหน้าเผยอยิ้มนิดๆ

“ให้ทั้งถุงเดี๋ยวมึงกินชั่วโมงเดียวหมด เบาหวานแดกกันพอดี...กูให้มึงทุกๆสิบกว่านาทีพอ...โอเค๊?

“ไม่โอเค:’(...”ผมทำปากแบะใส่มัน ซึ่งไอ้ต้นทำแค่มองผมแล้วยิ้มแบบ ไม่มีทีท่ารู้สึกผิดอะไรซักนิด...แถมยังหัวเราะใส่ผมอีก! ชิสิบกว่านาทีละชิ้นก็ยังดีวะ...ผมอ้าปากงับเยลลี่ในมือมัน  แอบกัดนิ้วมันไปหน่อยนึงเป็นการแก้แค้น  ก่อนจะเคี้ยวเยลลี่รสเลือด(เว่อจ้ะเว่อ=_=)ในปากอย่างเอร็ดอร่อย ยักคิ้วเย้ยมันแบบกวนๆ ก่อนจะทำเสียงตกใจ(แบบจริต)

“เฮ้ยตามึงแล้วอะ...เซ็นลงทะเบียนดิ คนด้านหลังเขารอๆ”ซึ่งมันทำเพียง หันมามองผมค้อนๆแว่บนึง ก่อนจะก้มลงเซ็นชื่อ ปล่อยให้ผมยืนยิ้มร่ามองมันอย่างเป็นฝ่ายปราชัย ฮี่ๆ ชัยชนะมันหอมหวานแบบนี้นี่เองกูเพิ่งรู้ หุหุ

หลังจากพวกผมเซ็นชื่อเสร็จเรียบร้อยกระบวนความแล้ว ก็มานั่งรวมๆกันในห้องประชุมใหญ่ครับ เน้น... มันไก่...เอ้ย มัน-ใหญ่-มาก!!  อลังสุดๆ จุคนทั้งคณะได้ แล้วยังเหลือที่ว่างอีกประมาณห้าเท่าของที่ใช้ไปครับ เวทีก็สุดแสนจะอลังการงานสร้าง มีผ้าม่านสีแดงสดกรุยกราย  ทำให้ผมรู้สึกว่าสมกับที่ผมเสียตังค์ไปทุกบาททุกสตางค์ของค่าเทอมจริงๆก็วันเนี้ยแหละ=_=

อ้อ..จริงสิ  ผมอาจจะยังไม่ได้บอก  ผมเรียนคณะมนุษย์ศาสตร์ ด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวครับ แบบว่าผมชอบภาษาจีน  กับภาษาอังกฤษแล้วก็ชอบเดินทางท่องเที่ยว...ไม่ชอบอยู่นิ่งๆด้วย เลยอยากจะเป็นไกด์ ไม่ก็อะไรสักอย่างที่ได้เที่ยวอะครับ(อยากได้อะไรสบายๆว่างั้น)  

เอาล่ะ..ข้ามเรื่องของผมไปก่อนดีกว่า

ตอนนี้ในห้องประชุม พวกรุ่นพี่กำลังแบ่งพวกผมร้อยถึงสองร้อยกว่าชีวิตเป็นประมาณสิบกว่ากลุ่ม กลุ่มละเจ็ดแปดคนครับ แถมยังแยกโรงเรียนเก่าอีกตะหาก ทำให้ผมกับเยลลี่โคล่า เอ้ย...ผมกับไอต้นต้องแยกจากกันเสียไม่ได้ ผมมองหน้าคนในทีม (ที่ถูกบังคับให้นั่งล้อมวงกันเป็นหย่อมๆ) อย่างพินิจพิจารณา

อืม...ชายสอง หญิงห้า...

สัดส่วนสมดุลเหี้ยๆเลย=_=(ประชด)

อืม...แต่ไอ้ผู้ชายอีกคนนี่ก็ หน้าตาดีใช่ย่อยนะเนี่ย หน้าตาดีแต่ออกแนวแบบ..สวย อะครับ เหอๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เอาเป็นว่าหน้ามันหวานมากๆ โครงหน้าโคตรเรียวเป็นรูปไข่ ดวงตาสีน้ำตาลรายกรอบไปด้วยขนตางอนยาว และริมฝีปากบางเฉียบอมชมพู แถมยังซอยผมไล่ระดับจนถึงคออีก ทำให้แม่งดูเหมือนผู้หญิงเข้าไปใหญ่

“มองไม”เสียงหวานๆถูกเปล่งออกมาจาก ผู้ชายหน้าสวย ที่นั่งตรงข้ามผม ทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย ผมมองตาอีกฝ่ายมือซ้ายพลางก็ถูกยกขึ้นเกาหัวอย่างอายๆ  แหม่...ก็นะ มันพูดคนเดียวก็ได้ยินกันทั่วถึงทั้งกลุ่มแล้วล่ะครับ!

“เอ่อ..พอดีนายหน้าสวยเหมือนผู้หญิงอะ เลยเพ่งนานไปหน่อย โทษที...อืม แต่เราไม่ได้เป็นเกย์นะ” แต่เป็นไบ...ฮ่าๆๆ เฮ้ย..!นี่เรื่องจริงไม่อิงมุกนะเนี่ย ผมเป็นไบจริงๆครับ เคยมีอะไรๆทั้งกับผู้ หญิง แล้วก็ผู้ชายเลยแหละ แต่กลับผู้ชายนี่ บอกตรงๆแค่ครั้งเดียวจริงๆ

....ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมจะไม่มีวันลืม....ตลอดชั่วชีวิตของผมเลยล่ะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ชอบไม่ชอบยังไงก็คอมเม้นด้วยละกันนะ

ขอบคุณที่อ่านนะคะ=.,=


ผมใช้มือหนึ่งถือแก้วดูดน้ำปั่น รสโปรดอย่างโอริโอ้ปั่น เสียงดังจ้วบๆไม่เกรงใจสายตา หลายคู่ที่มองมาอย่างเหมือนจะรำคาญ  อีกมือท้าวแขนกับโต้ะยาวสีเหลืองอ๋อย  ชนิดที่เห็นแล้วอยากตักบาตรในโรงอาหาร อย่างเซ็งๆ ...โฮ้ยยยย!!รอจนเมื่อยตุ้มแล้วนะโว้ย! เหงื่อก็หยดติ๋งๆ ประหนึ่งว่ากูเป็นก๊อกน้ำประปา แม่งก็ยังไม่มา ....ไอ้เพื่อนเวร...มึงทำให้กูสามารถบรรยายเหตุการณ์ ความรู้สึกได้เป็นข้อๆเลยเนี่ย !!

หนึ่ง...ไอ้เพื่อนเวร มันยังไม่มา

สอง ...กูรอมาครึ่งชม.แล้ว

สาม...พัดลม ในโรงอาหารเฮงกะบ๊วย เสือกเสีย

สี่...กูร้อน

ห้า...ตอนนี้โอริโอ้แม่งหมดแก้วละ

หก...กูไม่ไหวล....ยังไม่ทันที่ผมจะพรรณนาจบ ก็มีเสียงมาขัดจังหวะ ทำให้ผมหันหน้าไปหาคนพูดอย่างแอบหงุดหงิด ในใจก็นึกเคือง...

 ใครหน้าไหนมันบังอาจมาขัดจังหวะการเปิดตัวของพระเอกสุดหล่อเนี่ย !ฮึ่มมมมม..!!

(ไม่ค่อยหลงตัวเองนะ)

 

“เอ่อ...น้องชื่อ ฮอตปะคะ ?

เป็นเสียงหวานเจี๊ยบ ของผู้หญิง ที่ฟังแล้วชวนขนลุกขนพองนิดๆ ในความแหลมเล็กของเสียง คุณเธอ

 

หันไปมองปุ้บ...คำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวผมนะ..

 

สวยเหี้ยๆ !

อะโหย...เห็นหุ่นแล้วเลือดกำเดาจะไหลกระฉูด...ผมมองไล่จากตัวขึ้นไปที่ใบหน้า(แกควรจะมองหน้าก่อนตัวไม่ใช่หรอวะ?) ...ผมสีดำขลับถูกปล่อยไว้ประปราย ล้อมใบหน้าเรียวได้รูป ผิวขาววิ้งบลิ้งๆ เห็นแล้วชวนแสบตา พาไปที่มืด..(ไม่ใช่ละมั้ง) พอเจอของสวยๆงามๆเข้า ทำให้หน้าผมที่เกือบจะยู่เป็นกระดาษเช็ดก้น แปรเปลี่ยนเป็นดูดีมีสง่าราคี....เอ้ย ราศรีขึ้นมาทันที

“ใช่ฮะ มีอะไรหรอครับ”

แหม..เสียงเก๊กได้โล่จริงๆว่ะกู แถมลงเสียงครับ และรอยยิ้มบนใบหน้าโปรยเสน่ห์อีกหน่อย ......สงสัยถ้ามีรางวัล ไอ้หน้าม่อดีแด่วแห่งชาติ ผมคงติดอันดับหนึ่ง ในสามแหงๆ ฮ่าๆๆ ...แหม...เจอผู้หญิงสวยๆใครๆก็เป็นแบบผมทั้งนั้นแหละน่า อืมมม...เป็นอย่างงี้ก็ดีแฮะ  นั่งเบื่อๆเซงๆไม่มีไรทำมาพักใหญ่ละ  

ดูแล้วนี่ ท่าจะสนุก

“อ..เอ่อ คือว่า  พี่ขอเบอร์น้องได้ไหมอะ เห็นในเฟสตั้งนาน เพิ่งมาเจอตัวจริง... แบบว่า..พี่ปลื้มน้องมากเลย>//<”พี่สาวคนนี้พูดตะกุกตะกักไปมา  ยิ่งพูดหน้าขาวๆก็ขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้น ดูแล้วยิ่งน่ารักเข้าไปอีกในสายตาผม เจ้าตัวยกมือขึ้นปิดใบหน้าหลับตาปี๋แบบอายๆ  ทำเอาผมเองอดจะเกาหัวเล็กๆแบบเขินนิดๆ ไม่ได้...

แหม่..เอาจริงๆนะ ไม่ได้โม้  วันนี้มีคนเข้ามาขอเบอร์คนที่สี่แล้วนะเนี่ย ?! บ่อยไปป้ะ  กูรู้สึกตัวเองฮอตจุงเบย-_- ....สงสัยกูคงต้องไปหาป้ายมา เขียนชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ แล้วห้อยคอแม่งเลย...อืม เข้าท่าๆ...

เอ้ะ..ผมว่าหยุดความคิดพิสดารก่อนดีกว่า...เอายังไงกะพี่สาวคนสวยดี ?

 

ผมสะกิดแขนพี่เขาเบาๆ ทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย  ก่อนผมจะพูดยิ้มๆ

“จะบอกแล้วนะ...”

ผมแอบขำเมื่อเห็นพี่เขาทำหน้าเหวอนิดนึง (แถมแอบได้ยินเสียงอุทาน เอ้ะ ด้วยนะ สงสัยไม่คิดว่าจะได้เบอร์ผม หึหึหึ) ก่อนจะรีบลนลานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ตามที่ผมบอก  

ว้าว...ใช้ไอโฟนซะด้วย..

เสียงจิ้มดัง ติ้ด ติ้ด อยู่พักใหญ่เมื่อเธอนั่งจิ้มไอโฟน(ที่ผมจ้องอยู่นาน ก็มั่นใจครับว่าน่าจะเป็นไอโฟนห้า)เครื่องเก่ง สีขาวจั้วะ ใหม่วิ้งไม่มีรอย ท่าจะเพิ่งแกะกล่อง  บันทึกเบอร์ผม และผมให้เธอยิง เข้ามาเพื่อจะบันทึกเบอร์ด้วย ระหว่างนั้น... ผมก็ประเมินอีกฝ่ายอย่างถ้วนถี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่าทาง การพูด ...

อืม..ดูแล้วน่าจะเป็นพวกดาวคณะ ที่ออกแนวคุณหนูๆ ทำอะไรไม่เป็น ไม่เคยทำงานหนัก แหงเลย แบรนด์เนมเต็มตัว ตั้งแต่หัวจรดตีน -_- ถ้าได้เจอกัน บ่อยๆ ผมว่า ผมคงอิจฉาตาร้อนน่าดู เหอๆ

ผมจ้องอยู่สักพัก ก่อนที่พี่สาวคนสวยจะบอกขอบคุณนะเร็วๆ แล้วค่อยๆกลับหลังหันเดินไป ยังกลุ่มของเธอกลุ่มใหญ่ ที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากตรงนี้สักเท่าไหร่(ซึ่งผมพอเดาได้...เพราะมองมาทางนี้ ด้วยสีหน้าลุ้นๆทั้งกลุ่มมาตั้งแต่เมื่อกี้ละ)

เอ้ะ...เดี๋ยวก่อนสิ 

ผมรู้ละ  ว่าจะฆ่าเวลา รอไอ้เพื่อนเวรยังไงดี

 

“เดี๋ยวครับพี่สาว^^”ผมเรียกเสียงดัง ทำให้พี่สาวคนสวยหันกลับมาอย่างตกใจปนเขินนิดๆ  ผมเลียริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ คำพูดที่ทำให้พี่สาวอ้าปากค้างเหวอเลยทีเดียว

“ผมขอนั่งด้วยคนสิ”

.

.

.

.

.

.

.

 

“อ๋อ....พี่มีน้องอยู่โรงเรียนเก่าผม ก็เลยรู้จักผม...ผ่านทางเฟสของน้องนี่เอง” อย่าแปลกใจครับ ว่าตอนนี้ผมคุยกับใครที่ไหน ...ก็ในโรงอาหารนั่นแหละ แค่เปลี่ยนจากโต้ะที่นั่งคนเดียว  มานั่งกับกลุ่มรุ่นพี่คนสวยเท่านั้นเอง  อ้อ...!ผมอาจจะลืมบอกไป  ผม...ชื่อคงไม่ต้องบอกน่าจะรู้แล้ว....เพิ่งจะจบ ม.6เองครับ และกำลังขึ้นปีหนึ่ง

และวันนี้มันก็วันรับน้องวันแรกนั่นแหละ ผมกับไอ้ ต้นสอบติดที่เดียวกัน เลยนัดกันมาที่นี่ ก่อนเวลาตอนเจ็ดโมง(เขานัดลงทะเบียน ชื่อ ตอนแปดโมงยี่สิบนาที)ที่โรงอาหาร แต่ป่านนี้ เกือบจะแปดโมงแล้ว ไอ้เพื่อนงั่งมัน ก็ยังไม่มาครับ! แม่มมมม....เดินตกท่อ หรือตกรูส้วมรึไง ทำไมถึงช้าขนาดนี้ก็ไม่รู้ ! เอาเป็นว่าถ้าไม่ตก กูก็ขอแช่งให้มึงตกอะไรสักอย่างละกัน โทษฐานที่มาช้า!!(เกี่ยวไหม)ฮึ่ย...พูดแล้วอารมณ์เสียครับ อย่าพูดดีกว่า เดี๋ยวพาล ฮึ่มๆ

“อื้อ...แต่ฮอต ไม่รู้จักน้องพี่หรอก แหะๆ...เขาบอกว่าฮอตเนี่ย เป็นตัวเก็งแข่งบาสนี่นะ แถมยังเป็นหนุ่มหล่อประจำโรงเรียนอีก สงสัยเข้ามหาลัยปุ้ป คงได้เป็นเดือนคณะแหงเลย..หมอปิ๊งฟันธง!! “พี่ปิ๊ง(พี่สาวเขาเพิ่งบอกชื่อกับผมเมื่อกี้เองครับ ...คนอะไรสวยก็สวย ชื่อก็เหมาะกับตัว หุหุ) พูดไปมาก็บิดตัวไปมาแบบเขินๆ หือ..พี่เขาเขินทำไมวะ ?

“แหม!ไอ้ปิ๊ง ออกหน้าออกตาไปไหมยะ เขินซะจริตจะกร้านเชียว ดูน้องฮอตสิ สงสัยจะงงละว่าแกจะบิดอะไรหนักหนา อย่างกะคนเป็นโรคประหลาด”เจ้กระเทย(ควาย...)ตัวล่ำบึ้กในกลุ่ม ที่หน้าตามองจากภายนอก(ไม่ฟังเสียง) ดูแล้วหล่อลากไส้ จนน่าเสียดาย(ที่ใจเป็น ญ) พูดขึ้น เสียงแว้ดๆ ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาเยิ้มๆ ชวนขนผมลุก สแตนอัพพรึ่บพรั่บกันเกรียวกราว ครับ

“รู้ไหมคะน้องฮอต ว่ามันเขินอะไร..มันเขินเพราะว่าที่นี่เนี่ย  มีธรรมเนียมว่า คนที่เป็นเดือนคณะกับดาวคณะของแต่ละปีเนี่ย จะต้องเต้นรำกันในวันงานพรอมเจ้าค่ะ !แหม๊ แหมๆๆๆแผนสูงจริง จริ๊ง เพื่อนฉัน!”พูดจบ เจ้กระเทยหน้าหล่อก็หัวเราะคิกๆคักๆ  ผมอมยิ้มให้กับความครื้นเครงในกลุ่มรุ่นพี่กลุ่มนี้ ที่ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่คัดเอาแม่พันธุ์พ่อพันธุ์(พูดยังกะเป็นหมู)ดีๆ ของคณะมารวมไว้ในกลุ่มเดียว  แถมดูแล้วกลุ่มรุ่นพี่กลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มกิจกรรมที่มีแต่คนรู้จักซะด้วยสิ เพราะผมแอบเห็นสายตาจากหลายโต้ะมองมายังโต้ะผมอย่างชื่นชม แถมออกแนวเพ้อๆอีกตะหาก

หืม... เดี๋ยวก่อน ผมมารู้จักกะรุ่นพี่ยังงี้...

ยังงี้...

เวลาโดนรับน้อง กูก็โดนหนักอะดิ !

เวรละ...ไม่น่าหาอะไรทำแก้เซ็งเลยกู...ผมเกาหัวแกรกๆ แรงๆอย่างกลัดกลุ้ม เกาไปเกามารังแคสีขาวก็หลุดออกมาเป็นแผงๆ(ยี้)..ไม่ใช่ละ...เกาไปเกามา ก็มีมือนึงมาจับข้อมือผมไว้อย่างแน่น เพื่อกันไม่ให้ผมเกาหัวต่อ(สงสัยรังแคจะหลุดออกมาเป็นแผ่นจริงๆ) พร้อมกับเสียงแหบๆเนิบๆคุ้นหู ดังขึ้นที่ข้างหูชวนจั๊กจี้

“เกาซะขนาดนี้...เดี๋ยวหัวก็หลุดติดมือมึงออกมาหรอก”

ผมหันขวับไปมองเจ้าของมือที่กุม ข้อมือผมอยู่อย่างแนบแน่น  แถมยังบังอาจมาพูดกวนตีนใส่ท่าน ฮอต ผู้นี้อีกก่อนที่ผมจะเผลออ้าปากพูดเสียงดังเมื่อเห็นหน้าเจ้าตัวแบบเต็มสองลูกตา

”อ้าว!!เชี่ยต้น!?

 

                                                                       

“กรี๊ดดดดด!วันนี้เป็นบุญอะไรของฉันเนี่ย เจอหนุ่มหล่อสาด สองคนพร้อมกันมายืนในระยะประชิด!! ฮู้ยยยย!เดี๊ยนจะเป็นลมเป็นแล้งค่าาาาาาาาาาาา!!

จู่ๆยัยเจ้กระเทยคนเดิมก็กรีดร้องเสียงดังลั่นโรงอาหาร ทำให้คนโต้ะอื่นๆหันมามองทางพวกผมกันเป็นแถว อย่างสนอกสนใจราวกับพวกผมเป็น มนุษย์ต่างด้าว สปีชี่ใหม่  .... เสร็จแล้วชีก็ทำท่าเป็นลมเป็นแล้งเอนตัวลงมาทางพวกผมสองคน  ทำเอาผมกับไอ้ต้น กระโดดดึ๋งอย่างรวดเร็ว ออกมาจากรัศมีห่างไปพันลี้(เว่อ)  อย่างพร้อมเพรียง โดยมิได้นัดหมาย(มันเป็นสัญชาติญาณการเอาตัวรอดครับ เหอๆ) ก่อนจะหันมายิ้มแหยๆให้กัน เป็นอันเข้าใจว่าเราคงรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่

“เป็นบุญของเจ้ แต่เป็นเวร เป็นกรรมของพวกผมอ่ะดิ !!

 ผมแว้ดเสียงใส่แล้วทำท่าขนลุกซู่ซ่า  ทำให้เจ้หล่อทำท่าร้องไห้แบะปาก ก่อนจะโยกตัวส่งเสียงแง้ๆไปมา ....ส่วนคนอื่นๆที่เหลือหรอครับ...นั่งขำครับ ฮ่าๆๆ คนอื่นๆนี่ ไม่เว้นแม้แต่พี่ปิ๊งนะ  พี่เขายังขำจนหน้าแดงเลยครับ โหย..น่ารักอีกแล้วแฟน(ในอนาคต)ของผม (แหม..ไม่ค่อยโมเมเลยเนอะ)

“แหม๊!ยืนห่างกันขนาดนี้ยังจะ ส่งสายตาสปู้ด สปี้ด สป้าดถึงกันอีกนะยะ กรี๊ด!ตาชั้นร้อนนนจะไหม้”ยัยเจ๊หล่อวี้ดว๊ายขึ้นมาอีก ไม่ใช่พูดอย่างเดียว มือล่ำๆของเจ้แกยังจับแขนพี่ปิ๊ง แล้วผลักเธออย่างแรงมาทางผมอีกต่างหาก

ห.....เห้ยยยยย!!O_o)

ผมอ้าแขนทั้งสองออกโดยอัตโนมัติเมื่อเห็น ตัวพี่นิ้งถูกแรง(กระเทยควาย)ส่งมาทางผม ใบหน้าเรียวสวยได้รูปชนกับอกผมเสียงดัง พลั่ก... เนื่องจากพี่เขาตัวเล็กมากครับ ส่วนผมเองก็สูง ร้อบแปดสิบกว่าๆ(แม่ชอบด่าว่าไอ้เปรตครับ) ทำให้ตัวของพี่ปิ๊งเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของผมได้อย่างพอดิบพอดี แถมมือเจ้ากรรมของผมก็เผลอโอบกอดร่างบางในอ้อมแขนไปอย่างลืมตัวเสียด้วยสิ...

..เอ่อ...

ไอ้สถานการณ์แบบนี้มันคืออะไร -_-

“เอ่อ.../...เอ่อ”ผมและพี่ปิ๊งพูดขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างผละออกจากกัน แล้วมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเขินๆ ก่อนที่บรรยากาศมันจะพาไปมากกว่านั้น เสียงไอ้ต้นก็ดังขึ้นขัดจังหวะผม ราวกับฟ้าผ่ากลางลานหญ้าที่ควายสองตัวยืนกอดพลอดรักกัน....(เอ้ะ-_-ไม่ใช่ละมั้งไอ้คนเขียน)

“เฮ้ย แปดโมงสิบเอ็ดแล้วนะ !ไปลงทะเบียนก่อนนน!แล้วหลังจากนั้นมึงจะสวีทวิ้ดวิ้ว ติ้ดติ้วอะไรก็เรื่องของมึง กูไม่ยุ่ง โอเคร๊?”มันพูดใส่ผมเสียงเบาแบบกวนๆชวนเอาตีนไปนวดหน้า มือหนึ่งจับข้อมือผมไว้แน่น ก่อนจะหันไปไหว้ลาเหล่าแก๊งเดอะปิ๊ง แอ่น กระเทยถึกที่ยืนมองพวกเราอยู่ แล้วพูดลาเพียงสั้นๆได้ใจความ สมตามแบบฉบับ ฉายาเจ้าชายน้ำแข็งที่ผมตั้งให้เป็นของมันโดยเฉพาะ

 

”ขอตัวครับ”

 

 

“คนเยอะเป็นบ้าเลยว่ะต้น ! เพราะมึงแท้ๆเลย !นัดเจ็ดโมง มาแปดโมง ...เจริญพรจริงๆเพื่อนกู... เป็นไงล่ะ ต้องมายืนต่อแถวท้ายๆเลย บู่!กูงอนมึงแล่ววววว!!”ผมบ่นยืดยาวเป็นหางว่าว ก่อนจะทำปากเชิดใส่เจ้าเพื่อนเลิฟหน้านิ่ง ที่พอเห็นผมงอน  ปากบางที่ราบเป็นเส้นตรงไม่บอกความรู้สึก ก็แปรเปลี่ยนอมยิ้มนิดๆ เหมือนกำลังนึกสนุก

 ..หนอย  ไอ้เพื่อนประเสริฐ ไอ้เพื่อนแสนดี!! เห็นเพื่อนงอนแล้วมึงมีความสุขเรอะ?

ชิ...คอยดูนะคอยดู ...มันจะง้อด้วยอะไรก็ตาม

 ผมจะไม่มีทางใจอ่อนเลย คอยดู๊! ..ผมยกมือสองข้างขึ้นกอด อก ก่อนจะเชิดหน้าใส่มัน เสมองไปอีกทาง

พึ่บ..

จู่ๆ ลูกอมโลลี่ป๊อป สีดำรสโคล่าที่แกะห่อแล้ว ก็ถูกยื่นมาต่อหน้าต่อตาผม ห่างไม่ถึงคืบ ทำเอาผมตาโต.. ใบหน้าเผลอขยับเข้าไปงับเจ้าลูกอมหัวกลมๆสีดำอย่างรวดเร็ว โดยที่ผมยังไม่ได้คิดอะไรด้วยซ้ำ  

หงับ! กรุบๆ!

อะ..ช เชี่ยเอ้ย!ลืมตัวอีกแล้ว...!!!!Y)x(Y

ผมหันไปมองหน้าไอ้ต้น ที่ตอนนี้กำลังปิดปากกลั้นหัวเราะ อย่างสุดความสามารถ เอาเป็นเอาตาย  เสียจนหน้าขาวๆของมันแดงเถือกไปหมด  น้ำหูน้ำตาเล็ดแบบคนกลั้นไม่อยู่...

ฮึ่ย!ตลกมากใช่ไหม ไอ้เพื่อนเวร ?

 ฮือออออ!

ทำไมกูเป็นคนแบบนี้วะY_______Yแง้... ศักดิ์ศรีกูไปหมดแล้ววววววว...!

ก็อย่างที่เห็นครับ ...ผมชอบของหวานมากๆครับ โดยเฉพาะอะไรก็ตามที่เป็นรสโคล่าผมก็ชอบทั้งนั้น แบบว่า...เห็นแล้วห้ามใจไม่อยู่ต้องกินให้ได้อะไรอย่างงี้ ...บ้าจนขนาดที่ว่า วันนึงต้องได้กินอย่างน้อยๆทุกมื้อ หลังกินข้าวเลยล่ะครับ นี่ถ้าแต่งงานกับมันได้นี่ผมคงแต่งไปแล้ว(ฮา) แต่ไม่ล่ะ ...เพราะถ้าแต่งเสร็จแล้ว ผมคงแดกเจ้าสาวหมดตัว=__= (ซีเรียส)

ผมมองอีกฝ่ายแบบเซ็งๆงอนๆ (แต่ปากยังคงอม โลลี่ป๊อปต่ออย่างเมามันส์...แหม ไหนๆก็ให้มาแล้ว ต้องแดกให้หายแค้น ให้สมกับศักดิ์ศรีลูกผู้ ชายที่เสียไปครับ ฮึ่ม!) ก่อนที่จะรู้สึกหายงอนเป็นปลิดทิ้ง เมื่อมันชูมือขึ้นมาใกล้ๆพร้อมบางสิ่งในมือที่ทำให้ผมตาลุกวาว....

ถุงเยลลี่โคล่า แพกใหญ่!!!

เฮ้ยยยยย!!!...อยากได้อ้า... ผมยื่นมือไปฉกในทันใด ด้วยความเร็วเหนือเสียง...แต่ ดูเหมือนไอ้ต้นมันจะรู้อยู่แล้วครับ มันเลยถอยมือหลบผมไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วเหนือแสงแทนซะงั้น (แสงเคลื่อนที่ในอากาศเร็วกว่าเสียง//กล้าเล่นนะมุกนี้)

ง่า!อยากกินอะ   !บอกตรงๆนะ ...ผมโคตรติดเยลลี่โคล่าเลยอะ  

“อยากกิน? เออ

ผมพยักหน้าหงึกหงัก

“งั้นต้องหายงอน?”... ชิ...!ครั้งนี้กูปล่อยไปก่อนก็ได้วะ

 ผมพยักหน้าขึ้นลงอีกรอบ อย่างโอเค ...ว่าแต่ว่า..เมื่อไหร่มึงจะให้เยลลี่กูสักทีอ้ะ ?...มันไม่พูดอะไรนอกจากแกะถุงเยลลี่แล้ว หยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น ยื่นมาตรงหน้าผม

“เอ้า!”ผมมองหน้ามันด้วยคิ้วที่ขมวดเป็นปม เป็นเชิงถามประมาณว่า...

อ้าว? ทำไมมึงให้กูแค่ชิ้นเดียวอะ...? เหมือนมันจะอ่านใจผมได้ครับ มันพูดขึ้นด้วยใบหน้าเผยอยิ้มนิดๆ

“ให้ทั้งถุงเดี๋ยวมึงกินชั่วโมงเดียวหมด เบาหวานแดกกันพอดี...กูให้มึงทุกๆสิบกว่านาทีพอ...โอเค๊?

“ไม่โอเค:’(...”ผมทำปากแบะใส่มัน ซึ่งไอ้ต้นทำแค่มองผมแล้วยิ้มแบบ ไม่มีทีท่ารู้สึกผิดอะไรซักนิด...แถมยังหัวเราะใส่ผมอีก! ชิสิบกว่านาทีละชิ้นก็ยังดีวะ...ผมอ้าปากงับเยลลี่ในมือมัน  แอบกัดนิ้วมันไปหน่อยนึงเป็นการแก้แค้น  ก่อนจะเคี้ยวเยลลี่รสเลือด(เว่อจ้ะเว่อ=_=)ในปากอย่างเอร็ดอร่อย ยักคิ้วเย้ยมันแบบกวนๆ ก่อนจะทำเสียงตกใจ(แบบจริต)

“เฮ้ยตามึงแล้วอะ...เซ็นลงทะเบียนดิ คนด้านหลังเขารอๆ”ซึ่งมันทำเพียง หันมามองผมค้อนๆแว่บนึง ก่อนจะก้มลงเซ็นชื่อ ปล่อยให้ผมยืนยิ้มร่ามองมันอย่างเป็นฝ่ายปราชัย ฮี่ๆ ชัยชนะมันหอมหวานแบบนี้นี่เองกูเพิ่งรู้ หุหุ

หลังจากพวกผมเซ็นชื่อเสร็จเรียบร้อยกระบวนความแล้ว ก็มานั่งรวมๆกันในห้องประชุมใหญ่ครับ เน้น... มันไก่...เอ้ย มัน-ใหญ่-มาก!!  อลังสุดๆ จุคนทั้งคณะได้ แล้วยังเหลือที่ว่างอีกประมาณห้าเท่าของที่ใช้ไปครับ เวทีก็สุดแสนจะอลังการงานสร้าง มีผ้าม่านสีแดงสดกรุยกราย  ทำให้ผมรู้สึกว่าสมกับที่ผมเสียตังค์ไปทุกบาททุกสตางค์ของค่าเทอมจริงๆก็วันเนี้ยแหละ=_=

อ้อ..จริงสิ  ผมอาจจะยังไม่ได้บอก  ผมเรียนคณะมนุษย์ศาสตร์ ด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวครับ แบบว่าผมชอบภาษาจีน  กับภาษาอังกฤษแล้วก็ชอบเดินทางท่องเที่ยว...ไม่ชอบอยู่นิ่งๆด้วย เลยอยากจะเป็นไกด์ ไม่ก็อะไรสักอย่างที่ได้เที่ยวอะครับ(อยากได้อะไรสบายๆว่างั้น)  

เอาล่ะ..ข้ามเรื่องของผมไปก่อนดีกว่า

ตอนนี้ในห้องประชุม พวกรุ่นพี่กำลังแบ่งพวกผมร้อยถึงสองร้อยกว่าชีวิตเป็นประมาณสิบกว่ากลุ่ม กลุ่มละเจ็ดแปดคนครับ แถมยังแยกโรงเรียนเก่าอีกตะหาก ทำให้ผมกับเยลลี่โคล่า เอ้ย...ผมกับไอต้นต้องแยกจากกันเสียไม่ได้ ผมมองหน้าคนในทีม (ที่ถูกบังคับให้นั่งล้อมวงกันเป็นหย่อมๆ) อย่างพินิจพิจารณา

อืม...ชายสอง หญิงห้า...

สัดส่วนสมดุลเหี้ยๆเลย=_=(ประชด)

อืม...แต่ไอ้ผู้ชายอีกคนนี่ก็ หน้าตาดีใช่ย่อยนะเนี่ย หน้าตาดีแต่ออกแนวแบบ..สวย อะครับ เหอๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เอาเป็นว่าหน้ามันหวานมากๆ โครงหน้าโคตรเรียวเป็นรูปไข่ ดวงตาสีน้ำตาลรายกรอบไปด้วยขนตางอนยาว และริมฝีปากบางเฉียบอมชมพู แถมยังซอยผมไล่ระดับจนถึงคออีก ทำให้แม่งดูเหมือนผู้หญิงเข้าไปใหญ่

“มองไม”เสียงหวานๆถูกเปล่งออกมาจาก ผู้ชายหน้าสวย ที่นั่งตรงข้ามผม ทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย ผมมองตาอีกฝ่ายมือซ้ายพลางก็ถูกยกขึ้นเกาหัวอย่างอายๆ  แหม่...ก็นะ มันพูดคนเดียวก็ได้ยินกันทั่วถึงทั้งกลุ่มแล้วล่ะครับ!

“เอ่อ..พอดีนายหน้าสวยเหมือนผู้หญิงอะ เลยเพ่งนานไปหน่อย โทษที...อืม แต่เราไม่ได้เป็นเกย์นะ” แต่เป็นไบ...ฮ่าๆๆ เฮ้ย..!นี่เรื่องจริงไม่อิงมุกนะเนี่ย ผมเป็นไบจริงๆครับ เคยมีอะไรๆทั้งกับผู้ หญิง แล้วก็ผู้ชายเลยแหละ แต่กลับผู้ชายนี่ บอกตรงๆแค่ครั้งเดียวจริงๆ

....ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมจะไม่มีวันลืม....ตลอดชั่วชีวิตของผมเลยล่ะ

edit @ 2 Jun 2013 23:31:02 by +Silent_niGHT+

edit @ 2 Jun 2013 23:47:16 by +Silent_niGHT+

[Yaoi]แปลRoyal fiance[Extra]

posted on 11 May 2012 20:21 by lomeo191
 
ตอนExtraก็...
 
น่ารักดี>\\<
 
งั้นก็...เชิญชมง้าบบบบ~
 
 
กรี๊ดดด!!T^T
//กัดเสื้อเเบบนางร้าย
 
อยากเป็นไคริบ้าง...อะไรบ้าง= =+!
 
ต๊าย...สารภาพไปหมดเปลือกเเว้!
 
นายไม่รอดเเล้ว..ไคริ
 
หึหึหึหึหึหึ~
//เสียงโรคจิตเหลือเเสน=_=
เอ้..ฉากนี้ไม่มีอะไร
 
เเพลมใช่ไหม=.,=
 
 
จบบริบูรณ์~>_<//
 
ไฮย่ะ!!!
//บิดขี้เกียจ
 
สุดท้ายนี้ไรท์เตอร์
(ถือวิสาสะเรียกตัวเองว่าไรท์เตอร์...กร้าก!)
 
ก็ต้องจบไว้เท่านี้สินะ=w=+
 
ปล.ถ้าเม้นกันเยอะๆ
ไรท์เตอร์อาจจะหา
เรื่องใหม่มาลงก็ได้นะ~=.,=+
 
หึหึหึหึหึ~

[Yaoi]แปลRoyal fiance =w=<<ตอนจบ>>

posted on 27 Apr 2012 21:21 by lomeo191
 
ข้าน้อยนั่งเล่นไปเล่นมา
 
อ่านyไปๆมาๆ
(っ>ω<)っ
 
สุดท้ายเลยอยากจะเเปล
 
เรื่องนี้ซะงั้นอะ=.,=
//ชอบ~เป็นการส่วนตัว
 
ถ้าอยากอ่านตอนก่อนหน้านั้น
 
ก็เเวะที่บทความเรา
 
ที่เด็กดีได้นะคะ>_<
 
(ตอนที่24นะคะ=w=)
 
เอาล่ะ...
 
เบิ่งโลด~!! ヽ( ´ー`)ノ
 
อันนี้จะเป็นอันที่เเปลต่อ
จากในบทความเรานะเออ=w=